วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๖~


~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๖~

น้ำตาไหลกลืนน้ำตามหลายอึก
ใกล้รู้สึกขาดลอยเหลือน้อยหมิ่น
ดวงจำปาลาใจหนุ่มไทยริน

สุดแรงสิ้นถิ่นน้ำงามร่ำลือ


ขาพยุงตัวจมพนมกราบ
เวรกรรมทราบซึ้งก่อมิท้อถือ
ขอจำปาดังไกลให้ระบือ
แม้เปลี่ยนชื่อ ลีลาวดี อยู่ที่ไทย

อย่าหมายมาดขาดกันสัมพันธ์ต่อ
อย่ารีรอต่อขานประสานใหม่
สามัคคีพี่น้องโขงปองใจ
จงรักใคร่ดั่งเดิมแต่เริ่มม

กราบบิดามารดรปลูกกลอนแก้ว
ทุกถิ่นแนวแพ้วรินสร้างศิลป์ศรี
ทุกคำถ้อยร้อยผญานำพาดี
ขอลูกนี้ขมาภาษาตน

จินตนาเรื่องราวของสาวน้อย
จำปาลอยข้ามของน้ำนองหล่น
สายสัมพันธ์น้องพี่ไมตรียล
เราต่างปนสายใยในโขงงาม

วิชาการสาส์นศิลป์รินภาษา
จินตนาค่าสมมิคมหนาม
กราบครูบาอาจารย์ทุกท่านจาม
หนุ่มสยามข้ามโขงโยงจำปา

*ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะแล
คำดีเพราะมีครูระนาดเอกค่ะ

พิณจันทร์
๘ มีนาคม ๒๕๕๗

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๕~



~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๕~

หย่อนขาลงข้ามฝั่งเคยพลั้งล้ม
อ้ายไทยก้มกอดน้องบ่ต้องขืน

ยามน้องเอิ้นอ้ายซอยอ้ายคอยยืน
หากน้องลื่นมืนขอนอ้ายนอนรอ

ตลิ่งยั้งฝั่งลาวน้ำหนาวเหน็บ
แต่ไม่เท่าเฮาเจ็บอกเหน็บหนอง
หากตะวันหันแจ้งฟ้าแดงทอง
จะประคองตนหมายเรือนชายไทย

สายน้ำโขงกั้นกลางมิกว้างถิ่น
สายน้ำรินสิ้นเสียงสำเนียงไหล
แท้น้ำวนก้นลึกผนึกใน
แทบขาดใจให้ถึงก้นบึ้งวน

ให้ทะลึ่งดึงกายแรงว่ายหนี
แต่ซ้ายมีโขดหินทั้งดินหล่น
ขวากระแทกแหลกหมายเมื่อกายช
ความอดทนสิ้นสุดมิหยุดลอย

เสียงเครื่องไฟไกลฝั่งจนดังแว่ว
คงคลาดแคล้วแก้วตากายล้าถอย
หมดเรี่ยวแรงแข็งขืน..ใครยืนคอย
กอดลูกน้อยในครรภ์กายสั่นกลัว

โบกมือน้อยคอยรับน้องกลับด้วย
หากต้องม้วยดับสูญพ่อทูนหัว
ดอกจำปาคืนกลับประทับครัว
ปลูกล้อมรั้วทั่วแดนเต็มแผ่นดิน

พิณจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๕๗

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๔~



~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๔~

หันหน้าแล้วแนวยั้งขึ้นฝั่งพู้น
น้ำเย็นซูนคิงน้อยฮำฮอยสาว

สติตั้งฟังเบิ่งเทิงเรื่องราว
ถ้าจักคราวสาวน้อยไผ๋คอยเฮือน

อวยหน้าปิ้นผินฝั่งยับยั้งคิด
ลูกทำผิดแต่ต้นเป็นคนเถื่อน
จำปาน้อยฮอยเก่าผู้เฒ่าเตือ
กายใจเปื้อนเรือนสาวเหม็นคาวโต

ก้มกราบลงดินดำโอ้คำแก้ว
ลูกลาแล้วแก้วคำอย่าน้ำโห
หากลูกไปไกลตาอย่าพาโล
หากบ่โงคืนทางคือต่างลา

คุณน้ำนมอมป้อนแม่นอนเอิ้น
ขวัญแม่เชิญเมินอ้อนให้นอนส
อยู่หม่องได๋ให้ฟื้นตาวคืนม
นอนหลับตาสาเจ้าแม่เว้าวอน

ขันว่าควายบักตู้เคยอยู่ข้า
ขี่หลังย่างทางตมพ่อจ่มสอน
ควายก็คือคนนั้นอยากสัญจร
ตัวเปล่าตอนลื่นตมอย่าถมกัน

บัดอวยหน้าลงน้ำล้ำลาแล้ว
เสียงโฮแซวฝั่งไทยให้สุขสันต์
เสียงฝั่งน้องฮ้องไห้ได้รำพัน
ชั่วนิรันดร์กลั้นใจบ่ไลคืน

*ใส่คำอิสานเยอะหน่อยนะคะ*
พิณจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๕๗

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๓~



~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๓~

นั่งคอยทางสว่างแจ้งลำแสงวู
เสียงแซวจูบเซ็งแซ่แลยินบ่อ

เสียงเครื่องไฟไกลฝั่งแม้ดังลอย
เสียงสะอื้นขื่นน้อยก็ลอยตา

สองมือลูบไล้นวลมากล้วนรัก
นอนซบตักท้องแม่ดูแลถาม
หลับหรือยังลูกไทยน้ำใจงาม
แม่จะข้ามฝั่งโขงตีโป่งเรือ

จะว่ายน้ำข้ามไปถามใจพี่
จำปานี้มีใจจนไม่เหลือ
มอบให้พี่ที่หมายอาบกายเจือ
รักมากเหนือน้ำของไหลล่องมา

แต่ทำไมให้ลืมมิปลื้มจิต
โขงไหลชิดจิตหวังเป็นฝั่งฝา
มอบผูกพันธ์มั่นหมายสายอุรา
กลับน้ำตาหลั่งสายน้องได้คื

ตัดสินใจลอยคอหาพ่อนะ
หลับตาซะลูกจ๋าชะตาขื่น
หากชีวิตลอยโขงตีโป่งยืน
แม่มิฝืนใจพ่อสักพอคำ

หากลอยพ้นยลฝั่งกระทั่งเช้า
อย่าให้เขาเศร้าหมองต้องระส่ำ
ดอกจำปาค่าน้อยลบลอยจำ
แม้ดอกช้ำนำผินกลับถิ่นลาว

พิณจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๕๗

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๒~



~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๒~

จำปาน้อยคอยทางสว่างแจ้ง
บางลมแรงแข่งฟ้านิจจาเอ๋ย

ฝนตั้งเค้าเมฆครึ้มอึมครึมเคย
แต่ทรวงเผยสว่างหนทางใจ

เสียงเรือยนต์ปนฟ้้าดังมาสู
แม้ยินรู้อยู่มั่นว่านั่นไผ
แต่ในทรวงห้วงจิตผิดแปลกไป
มันสั่นไหวใกล้เคียงเสียงเครื่องยนต์

เสียงหัวใจตึกตักเรือพักจอด
เสียงคำพรอดออดอ้อนตอนฟ้าฝน
หากลมแรงแข่งทางอับปางตน
เราสองคนฝนซาค่อยลาเดิน

ผูกสายโยงโขงน้ำฝนฉ่ำพื้น
หนาวเหน็บฝืนขึ้นฝั่งแม้ยังเขิน
เถียงนาน้อยคอยสองตระกองเชิ
แคบเหลือเกินนั่งติดประชิดตัว

ฟ้าพิโรทโกรธเคืองเรื่องใดเล่า
หากสองเฮาผิดคำน้อมนำหัว
สัญญารักปักใจมิให้กลัว
จำปาชั่วผัวผิดฮีตครรลอง

น้ำตาไหลในฝนเป็นคนง่าย
หากแต่ชายหมายมั่นสัญญาสอง
จะจัดตามประเพณีที่ควรปอง
ขอเพียงน้องจำปาสัญญาคอย

พิณจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๕๗

~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย ๑~


~ฝั่งของ(โขง)น้องยังคอย๑~

คึดฮอดอ้ายบ่ายหน้าผินหาฝั่
มาหยุดยั้งฝั่งของน้ำนองไหล
คึดฮอดเด้..คึดฮอดผู้บ่าวไท
บ่าวบ้านไกลไปอ้าวบ่ตาวคืน

ยามเดือนหงายกายฮ้อนนอนบ่หลับ
หันเห็นแสงแวววับจับตาตื่น
ฝั่งไทยเพิ่นม่วนหลายอ้ายวานซืน
เพิ่นเริงรื่นจำปาน้องกะซองแงง

บัดว่านอนตอนเพ้อคือเผลองีบ
เสียงแตรเรือเพิ่นบีบว่ารีบแจ้ง
นปข.รอส่งรับลงแรง
ก่อนฟ้าแดงแข่งเริ่มประเดิมงาน

ข้ามฝั่งไปเฮ็ดเวียกเพิ่นเรียกเอิ้น
บ่ได้เขินภาษานำพาขาน
การศึกษาพอมีที่จัดการ
เป็นอาจารย์สอนศิลป์จากถิ่นลาว

หอบหนังสือสื่อสารการเรียนรู้
พร้อมต่อสู้อยู่ถิ่นเมืองบินหาว
แม้มิได้งามเด่นเช่นเดือนดา
หากแต่สาวมุ่งมั่นบากบั่นตน

นั่งเรือจรไปกลับมีรับส่ง
ยามขึ้นลงเทียบท่าบางคราหล่
แต่น้ำใจ นปข. พ่อเรือยนต์
มิอับจนน้ำใจบ่าวไทยเลย

..สิอ่านต่อกันบ่น้อ..พี่น้องเอ้ยยย..
พิณจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๕๗